การไฟฟ้าเตรียมลดภาระค่าไฟแพง ลดราคาค่าไฟเดือนมกราคมถึงเมษายน

วันที่ 8 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีกำหนดประชุมเพื่อพิจารณาทบทวนค่าไฟฟ้างวดเดือนม.ค.-เม.ย.67 ในวันนี้ (8 ม.ค.) ท่ามกลางกระแสความคาดหวังของผู้บริโภคที่วิพากษ์วิจารย์ปัญหาค่าไฟแพง และอยากให้ค่าไฟฟ้าลดลงจากเดิมที่ กกพ. เคาะไว้ที่ 4.68 บาทต่อหน่วย เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา

การไฟฟ้าแก้ปัญหาค่าไฟแพง ลดราคาค่าไฟก่อนถึงฤดูร้อน 2567

โดยก่อนหน้านี้ กกพ. ได้ทบทวนค่าไฟฟ้างวดเดือนก.ค.-ก.ย.66 ลดลงจากเดิมที่ 4.48 บาทต่อหน่วย เหลือ 4.39 บาทต่อหน่วย และงวดเดือนต.ค.-ธ.ค.66 ลดลงจากเดิมที่ 4.39 บาทต่อหน่วย เหลือ 4.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งถือเป็นการปรับลดค่าไฟฟ้าติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 เพื่อแก้ปัญหาค่าไฟแพง
สำหรับงวดเดือนม.ค.-เม.ย.67 นั้น คาดว่า กกพ. จะใช้เกณฑ์การคำนวณค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับค่าเอฟที (Ft) โดยพิจารณาจาก 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ราคาเชื้อเพลิง ค่าความพร้อมจ่าย และค่าเชื้อเพลิงผันแปร ซึ่งราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวลดลง โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลงจากระดับ 100 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู เหลือเพียงประมาณ 50 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานในตลาดโลกได้ หาก กกพ. พิจารณาปรับลดค่าไฟฟ้างวดเดือนม.ค.-เม.ย.67 จะส่งผลดีต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

การไฟฟ้าเตรียมลดภาระค่าไฟแพง ลดราคาค่าไฟเดือนมกราคมถึงเมษายน

ค่าไฟแพง ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมกว่าที่หลายคนคิด

  • ผลกระทบต่อครัวเรือน ค่าไฟแพงส่งผลกระทบต่อครัวเรือนโดยตรง เนื่องจากครัวเรือนต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น กระทบต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงความสามารถในการชำระหนี้สินต่างๆ
  • ผลกระทบต่อภาคธุรกิจ เนื่องจากธุรกิจต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ รวมไปถึงอาจนำไปสู่การเลิกจ้างพนักงาน
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม เนื่องจากค่าไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เช่น ภาคการผลิต ภาคบริการ และภาคครัวเรือน เมื่อค่าไฟแพงขึ้น อาจส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ชะลอตัวลง ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม

นอกจากนี้ ปัญหาค่าไฟยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เนื่องจากภาคการผลิตต้องหันมาใช้เชื้อเพลิงที่มีต้นทุนต่ำลง เช่น ถ่านหิน ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษมากกว่าเชื้อเพลิงประเภทอื่น ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายภาคส่วนต้องเข้ามาช่วยกันเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาวให้เกิดความยั่งยืน